ภายใน 5 นาที ต่อจากนี้
คุณจะเข้าใจว่า การเทรด TFEX หรือ Futures นั้นคืออะไร

เนื้อหาต่อไปนี้ จะทำให้คุณเข้าใจว่า คุณจะหาเงินจากการเทรด ทีเฟค ได้อย่างไร
ใครอยากรู้ความหมายแบบสมบูรณ์เช่น วิธีการเอาไว้ประกันความเสี่ยงของการถือหุ้น
ให้ search หาเอาเองนะครับ
เพราะในบทความนี้ ผมจะเน้นแค่ สิ่งที่ต้องรู้ เพื่อใช้ในการหาตัง ครับ

เพื่อให้เห็นภาพ สมมติคุณมีเงินเก็บ 200,000 บาท
แทนที่จะทิ้งไว้ในธนาคารให้เงินเฟ้อกินไปเรื่อยๆ

ถ้าคุณมีทักษะการเทรด TFEX
คุณก็จะทำกำไรได้ เดือนละ 20,000 บาท (10% ของ 200,000)
ซึ่งเป็น cash flow ให้คุณหยิบมาใช้ได้

ที่ดีไปกว่านั้นคือ การที่คุณเทรด TFEX
คุณไม่ต้องเอาเงิน 200,000 บาทของคุณไปจมไว้
เหมือนการลงทุนประเภทอื่นๆ เช่น เปิดร้านขายของ
หรือซื้อหุ้นเพื่อหวังเงินปันผล

TFEX เริ่มน่าสนใจแล้วใช่มั้ยครับ
ลองอ่านต่อ แล้วคุณจะเข้าใจว่า

หลักในการทำกำไรจากการเทรด TFEX นั้น
เป็นอย่างไร (เข้าใจง่ายแน่นอน ครับ)


อย่างแรก เราต้องเข้าใจก่อนว่า
เมื่อเราได้ยินคนทั่วไปพูดว่า เทรดทีเฟ็ก (TFEX)
เค้ากำลังหมายถึง เทรดฟิวเจอร์ (Futures) นั่นเอง

เพื่อให้เข้าใจตรงกัน
ต่อไปนี้ผมจะใช้คำว่า เทรด TFEX คำเดียวนะครับ

ต่อมา ในการเทรด TFEX มันมีดัชนี และหุ้นให้เราเทรดหลายตัว
แต่ตัวที่คนทั่วไปนิยมเทรดกันมากที่สุด
และมี volume ซื้อขายกันอย่างมหาศาล
ก็คือ ตัว SET50 Index Futures

ดังนั้น เมื่อคนทั่วไปพูดว่า เทรด TFEX
เค้ากำลังสื่อว่า กำลังเทรดตัว SET50 Index Futures อยู่นั่นเอง


ทีนี้ SET50 Index Futures คืออะไร
อธิบายแบบง่ายๆก็คือ
มันเป็นดัชนีค่านึง ที่คิดมาจากหุ้นใหญ่ๆ 50 ตัวในตลาด

เอาเป็นว่า เข้าไว้ใจว่า
มันเป็น ค่าตัวเลข ตัวนึง เท่านั้นพอ

ไม่ต้องไปสนใจรายละเอียดปลีกย่อยให้ปวดหัว
เอาเวลามาใส่ใจกับสิ่งที่มันจะทำกำไรให้เรากันดีกว่าครับ


เอาละ มาถึงตรงนี้
เราจะมาดูกันว่า การที่เราจะได้ตัง
จากการเทรด TFEX นั้น
มันมีกระบวนการอย่างไรบ้าง

หลักการคร่าวๆในการเทรด TFEX มีดังนี้ครับ

- เราต้องทายให้ถูกว่า ตัวดัชนี SET50 Index Futures มันจะขึ้น หรือลง

- ถ้าทายถูก ก็ได้ตัง ซึ่งจะได้มาก หรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับว่า ตัวเลขดัชนีมันวิ่งไปไกลแค่ไหน

- ในทางกลับกัน ถ้าทายผิดก็เสียตัง ส่วนจะเสียมาก หรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับว่า ราคามันวิ่งสวนทางไปมากแค่ไหน เช่นเดียวกัน

เพื่อให้เห็นภาพกันแบบชัดๆ
เราจะมาจำลองสถานการณ์การเทรด TFEX จริงๆกันครับ


เราจะมาดูกันจาก เคสที่
สมมติว่าผมเอาเงิน 200,000 บาท ไปเปิดพอร์ต TFEX

สมมติว่าตอนนี้เป็นเวลา 10:25 น.
ดัชนี SET50 Index Futures
อยู่ที่ ประมาณ 883 จุด

จากการอ่านกราฟ ผมทายว่า
ดัชนีน่าจะลง ผมจึงเปิดสัญญาทายว่ามันจะลง
ซึ่งภาษาทางเทคนิคเรียกว่า การ short นั่นเอง

ผมจึงเปิดสัญญา short S50 ไว้ที่ 883 จุด
จำนวน 2 สัญญา
(โดยปกติแล้ว พอร์ตประมาณ 200,000 บาท
มือใหม่ควรจะเทรดรอบละไม่เกิด 2 สัญญา
เพื่อไม่ให้เจ็บตัวหนัก ถ้าทายผิด)

ถ้ามีคนถามว่าเทรดกี่คอน แปลว่าเค้ากำลัง
ถามเราว่าเทรดกี่สัญญาในรอบนั้นๆ
ซึ่งคำว่าคอนในที่นี้มาจากคำว่า contract นั่นเองครับ

ถึงตรงนี้
ปกติเวลาคุณซื้อหุ้น สมมติซื้อหุ้น A ที่ราคา 100 บาท
ไว้จำนวน 20 ตัว คุณก็จะมี หุ้นในพอร์ตโชว์ 20 ตัวที่ราคา 100 บาท

TFEX ก็เช่นกัน ในกรณีนี้
ที่ผมทายว่าดัชนีมันจะลง

ผมก็จะมีสัญญา short ที่ราคา 883 จุด
จำนวน 2 สัญญา โชว์ขึ้นในพอร์ตของผม

ทีนี้ผมก็รอลุ้น
จนกระทั่งเวลา 12:25 น.
ตัวดัชนีมันก็วิ่งลงไปที่ 880 จุด ตามภาพ

S50Z5

ถ้าผมปิดสัญญาตอนนี้
(ปิดสัญญา ก็เหมือนกับการขายหุ้นที่ถืออยู่ทิ้งไป)
ผมจะได้กำไรจำนวน 883 - 880 = 3 จุด
เนื่องจากมันลงไปตามที่ผมทายไว้

แต่ถ้าผมทนถือต่อไม่ยอมปิดสัญญา
ก็อาจจะได้กำไรมากกว่า 3 จุด ถ้ามันลงต่อ

หรืออาจจะกลับกลายเป็นขาดทุนก็ได้
ถ้าเกิดดัชนีมันดันวิ่งสวนขึ้นมา

(ตรงนี้เองที่ technical หรือเทคนิคการวิเคราะห์กราฟ
จะเข้ามามีส่วนช่วย ให้เราสามารถหาจุดเข้า จุดออกได้แม่นยำมากขึ้น)

สำหรับตัวอย่างนี้
ผมจะได้เงินเป็นจำนวนเท่าไร
เรามาดูกันครับ

อย่างแรก ให้คำนวณก่อนว่าเราได้กำไรกี่จุด
จากตัวอย่างเราได้กำไร 883 - 880 = 3 จุด
ซึ่งคิดเป็นเงิน 3 x 200 = 600 บาท
(ตามกฎ 1 จุดมีค่า 200 บาท เสมอ ตรงนี้จำไว้ได้เลยครับ)
นี่คือกำไรต่อ 1 สัญญา

เนื่องจากผมได้เปิดสัญญาไว้ 2 สัญญา
และสมมติว่าปิดทั้ง 2 สัญญาเลย
ผมก็จะได้เงินเป็นจำนวน 2 x 600 = 1,200 บาท
จากการเทรดรอบนี้

อย่าเพิ่งตกใจว่าทำไมดูน้อยจังนะครับ
นี่เป็นแค่ตัวอย่างสมมติเฉยๆ

ปกติการเทรดรอบนึง
ถ้าคนที่เทรดเป็น จะได้กำไร 5 จุด ขึ้นไปต่อหนึ่งสัญญา
บางครั้ง ก็ได้ครั้งละเป็น 10 จุด+

สรุปคือ
การที่เราจะได้กำไรมากน้อย
ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้ครับ

1. จำนวนสัญญาที่เราซื้อขาย
(ยิ่งพอร์ตเราใหญ่ เราก็ใส่จำนวนสัญญาได้เยอะ โดยที่ไม่เสี่ยงจนเกินไป)

2. จำนวนจุดที่เราได้กำไร
(1 จุดมีค่า 200 บาท ยิ่งได้กำไรจุดมาก ก็ยิ่งได้ตังมาก)

นี่แค่เทรดไม่นาน ก็ได้ 1,200 บาทแล้ว

ยิ่งถ้าเราเทรดดีๆ ได้หลายๆจุด
เราก็จะยิ่งได้กำไรค่อนข้างเยอะ

ทีนี้ ผมอยากให้รู้จักศัพท์สำคัญง่ายๆไว้นิดนึง นั่นก็คือ

เวลาเราทายว่ามันจะลง เราจะเปิดสัญญาที่เรียกว่า short

แต่ถ้าเราทายว่ามันจะขึ้น เราจะเปิดสัญญาที่เรียกว่า long

ถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนคงจะเข้าใจกระบวนการเทรด Futures
กันแล้วใช่มั้ยครับ ถ้ายังงงตรงไหน
ลองย้อนกลับไปอ่านดูดีๆครับ


เพื่อเป็นการ make sure ว่าทุกท่านเข้าใจ การเทรด TFEX  กันแล้ว ผมจะสรุป key concepts ต่างๆให้ดูกันอีกรอบ ด้านล่างนี้ครับ

1. เทรด TFEX = เทรด Futures
2. เรากำลังเทรด SET50 Index Futures
3. เรามีหน้าที่ทายว่าดัชนีมันจะขึ้น หรือลง
4. ถ้าทายถูก ยิ่งดัชนีวิ่งไปไกล ก็ได้กำไรเยอะ
5. ถ้าทายผิด ก็ขาดทุน ดังนั้นจึงต้องมีการ cut loss ตัดขาดทุนตามระบบ
6. ไม่ต้องเอาเงินไปจมแบบการซื้อหุ้น เพราะเวลาเราเปิดสัญญา มันไม่ต้องใช้เงินเต็มทั้ง 200,000 บาท (ถ้าเราเทรดแบบไม่เสี่ยง ไม่ต้องกังวลเลยว่าเงินจะหายไปไหน)
7. TFEX สามารถเทรดจบได้ในรอบวันนั้นๆ ถ้าไม่อยากห่อสัญญาข้ามวัน (ถ้าซื้อหุ้น เราต้องถือยาว กว่าจะได้กำไรคุ้ม ก็ต้องนั่งลุ้นเครียดนาน)
8. การเทรด TFEX สร้างกระแสเงินสด (cash flow) ให้เราได้ 3-5% ต่อเดือน สำหรับมือใหม่ แต่ถ้ามีประสบการณ์ขึ้นมาหน่อย 10% ต่อเดือน ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ
9. เราสามารถจำกัดความเสี่ยงได้ เพราะเราสามารถควบคุมได้ว่าจะเทรดกี่สัญญาต่อรอบ และจะ cut loss ตัดขาดทุนที่ตรงไหน (เสี่ยงมาก หรือน้อย ขึ้นอยู่กับเราเอง)
10. การเทรด TFEX ถ้าเทรดเป็น มีระบบดี ก็ไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้าจอทั้งวัน แบบการเทรดหุ้นประเภท day trade (ดังนั้นคนที่ทำงาน หรือเรียนอยู่ ก็เทรดได้อย่างสบายๆ)

ถ้าคุณพร้อมแล้วที่จะเรียนรู้การเทรด TFEX ให้ได้กำไร คลิ๊กที่นี่เลยครับ


กด Like เพจ Nop Futures เพื่อติดตามเนื้อหาดีๆเกี่ยวกับการเทรดฟิวเจอร์

Copyright 2018 - Nop Futures - All Rights Reserved