ถ้าคุณมีเงินเกิน 1 แสนบาท
และต้องการสร้างกระแสเงินสด โดยไม่ต้องเอาเงินไปจม เนื้อหาต่อไปนี้เหมาะสำหรับคุณ

เนื้อหาต่อไปนี้ ไม่ใช่ธุรกิจ หรือการลงทุนทำอะไรที่ไม่สมเหตุสมผล แต่เป็นเรื่องที่สามารถทำได้จริง และมีการพิสูจน์มาแล้ว

หลายท่านที่มีเงินเก็บเกิน 1 แสนบาท อาจจะกำลังเจอปัญหาเหล่านี้

- ไม่รู้ว่าจะเอาเงินไปทำธุรกิจอะไรดี
- ไม่อยากเอาเงินไปจมกับการลงทุนทำบางอย่าง เพราะไม่รู้ว่าจะได้เงินคืนเมื่อไร
- ไม่อยากฝากแบงก์ หรือลงทุนตามสินค้าทั่วไป เพราะได้ผลตอบแทนต่อปีน้อย และสู้อัตราเงินเฟ้อไม่ได้

ผมก็เคยเจอปัญหาเหล่านี้เช่นเดียวกัน

ผมเองเคยอ่านหนังสือ และฟังหลายๆท่านแนะนำว่า เราต้องรู้จักลงทุน และเอาเงินเก็บไปต่อยอด เพราะแต่ละปีนั้น เงินที่เรามีอยู่ ณ ตอนนี้ จะมีมูลค่าลดลงเรื่อยๆ (เงินเฟ้อ)

ช่วงแรก ผมก็พยายามศึกษาหาการลงทุนประเภทต่างๆ เช่น ตราสารหนี้ระยะสั้น, กองทุนของธนาคาร, หรือแม้กระทั่งซื้อหุ้นปันผล

แต่พอมาคำนวณดูแล้ว ผลตอบแทนต่อปีที่ได้รับนั้น มันก็ยังน้อยอยู่ดี และที่สำคัญ เมื่อผมลงทุนในสินค้าบางอย่าง ผมก็ไม่สามารถดึงเงินก้อนนั้นออกมาใช้ได้ทันที เพราะต้องรอให้ครบกำหนดระยะเวลาที่ทำสัญญาไว้ ซึ่งบางตัวนานเป็นปีๆ

ส่วนการที่จะให้นำเงินเก็บก้อนนี้ ไปลงทุนทำธุรกิจต่างๆ ก็ดูเป็นอะไรที่เสี่ยงเกินไปสำหรับผม เพราะผมก็ไม่สามารถรู้ได้แน่นอนว่า จะคืนทุนเมื่อไร ถ้าเอาเงินก้อนนั้นไปจมไว้

เมื่อผมมาพบกับ "โค้ชนภ"
ผมก็รู้ว่าการสร้างกระแสเงินด้วยมือถือเพียงเครื่องเดียว
และไม่ต้องปวดหัวกับคนมากมาย เป็นเรื่องที่ทำได้จริง

ในเมื่อการเอาเงินไปลงทุนทำธุรกิจ หรือการลงทุนทั่วไป ไม่ตอบโจทย์ ผมจึงต้องพยายามหาวิธีการอื่นๆ จนกระทั่งผมได้มาพบกับโค้ชนภ ผู้ซึ่งเป็นเทรดเดอร์อาชีพ

และผมก็ได้คุยกับโค้ช และพบว่าการที่เราจะสร้างกระแสเงินต่อยอดจากเงินก้อนที่เรามีนั้น มันไม่จำเป็นต้องเอาเงินทั้งก้อนไปเสี่ยงจนหมด เหมือนกับการทำธุรกิจ หรือการลงทุนทั่วไป

เพราะมันมีวิธีการที่เรียกว่า "การเทรดเก็งกำไร" ที่สามารถใช้สร้างกระแสเงินให้กับเราได้นั่นเอง (ณ ตอนนั้น ผมเพิ่งรู้ว่า มีกลุ่มคนที่หาเงินเลี้ยงชีพ ด้วยการนั่งเทรดบนมือถือเพียงอย่างเดียว แม้ว่าผมจะไม่ได้ต้องการเทรดเต็มเวลา เพราะเป้าหมายของผมคือ การต่อยอดสร้างกระแสเงินสดจากเงินเก็บ ผมก็รู้สึกว่า วิธีนี้น่าจะตอบโจทย์สำหรับผม เพราะไม่ต้องวุ่นวายกับคนเยอะ)

ฟังครั้งแรก ผมก็คิดว่า มันเป็นอะไรที่เสี่ยงเกินไปสำหรับผมรึเปล่า
จนกระทั่งผมได้ฟังรายละเอียด และคำอธิบายของโค้ชนภว่า จริงๆแล้ว การเทรดเก็งกำไร สินค้าที่เราเรียกว่า TFEX: Thailand Futures Exchange (ทีเฟค) เป็นอะไรที่เราสามารถทำให้มันเป็นสิ่งที่ปลอดภัยได้ ถ้าเรามีวิธีการเทรดแบบไม่เสี่ยง และมีเทคนิคการวางเงินเทรดอย่างมีกลยุทธ์

ถึงตรงนี้ ผมก็ยัง งงๆ ในตอนแรก ว่าตกลงแล้วมันเหมือนการเทรดหุ้นมั้ย เพราะผมเข้าใจว่า หลักการของการเทรดหุ้นคือ "ซื้อราคาถูก แล้วไปขายราคาที่แพง เพื่อเอาส่วนต่างกำไร"

โค้ชนภก็อธิบายให้ผมฟังว่า  จริงๆแล้ว การเทรด TFEX หลักการแบบง่ายๆของมันก็คือ การเก็งว่า ราคาจะขึ้น หรือลง ถ้าเก็งถูกทาง เราก็ได้กำไร ถ้าผิดทางเราก็ต้องยอมตัดขาดทุน ซึ่งแบบนี้ก็หมายความว่า เราสามารถทำกำไรได้ทั้งตอนที่ตลาดหุ้นเป็นขาขึ้น และขาลงนั่นเอง

ถ้าใครอยากทราบว่า ลึกๆแล้วการเทรด TFEX หรือที่เรียกกันว่า ฟิวเจอร์ มันมีหลักการทำงานยังไงแบบละเอียด
สามารถคลิ๊กเข้าไปอ่านที่ผมสรุปไว้ให้แบบสั้นๆ และเข้าใจง่าย ได้ที่ลิ้งนี้ครับ bit.ly/tfexmeaning

ผมก็ยังกลัวอยู่ดีว่า การเทรด TFEX มันจะทำให้ผมขาดทุนหนักไหม

เวลาผมจะเอาเงินไปทำอะไร ผมก็ต้องมั่นใจก่อนว่า เงินก้อนนั้น จะไม่เสียหาย เพราะกว่าเราจะเก็บเงินมาจนถึงหลักแสนได้ ย่อมต้องแลกมาด้วยเวลาที่เสียไป

ผมจึงได้ถามโค้ชนภต่อว่า ทำไมพอไปเสิชดูใน Google แล้วพบว่ามีกระทู้คนมานั่งบ่นมากมายว่า เทรด TFEX แล้วขาดทุนหนัก

โค้ชนภก็อธิบายให้ผมฟังว่า จริงๆแล้วถ้าสังเกตดูดีๆ คนที่ขาดทุนหนัก มักจะเป็นคนที่วางเงินเทรดในแต่ละรอบแบบเสี่ยงเกินตัว และเทรดเหมือนการเล่นการพนัน เช่น พอร์ตมีขนาด 300,000 บาท แต่เทรดรอบละ 20 สัญญา แบบนี้ถ้าเกิดราคาวิ่งผิดทางเยอะๆ ก็ทำให้ขาดทุนหนักจนพอร์ตพังได้ หรือบางคนเทรดเข้าๆออกๆ โดยไม่มีระบบคิดอะไรเลย แต่เทรดด้วยความรู้สึกล้วนๆ เหมือนการเล่นการพนัน แบบนี้ก็ทำให้พอร์ตพังได้ง่ายเช่นกัน

ผมฟังดูก็มองว่ามันเป็นอะไรที่สมเหตุสมผล เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นโลกของการทำธุรกิจ หรือเรื่องใดก็แล้วแต่ ถ้าเราเสี่ยงเกินตัว หรือทำตัวเหมือนนักพนัน ก็มักจะจบลงด้วยความเสียหายหนัก

TFEX มันสามารถทำผลตอบแทนให้เราได้เท่าไร ถ้าเทรดแบบปลอดภัย

เวลาที่ผมจะทำอะไรสักอย่าง ผมมักจะต้องการรู้ก่อนว่า end result หรือผลลัพธ์สุดท้ายของสิ่งที่กำลังจะทำนั้น มันคืออะไร ไม่ใช่ทำๆไปแล้วมารู้ทีหลังว่าสิ่งนั้นมันไม่ใช่ เพราะถ้าทำๆไปสุดท้ายมันไม่ใช่อย่างที่เราคาดหวัง มันก็จะเป็นการเสียเวลาเปล่าๆ

ดังนั้น ผมจึงถามโค้ชนภตรงๆว่า ตกลงแล้ว การเทรด TFEX ถ้าเราเทรดแบบไม่เสี่ยงเกินไป และเน้นรักษาเงินต้นไม่ให้ขาดทุนหนัก เราจะสามารถทำเงินจากตลาดนี้ได้เฉลี่ยประมาณเดือนละกี่ % ของเงินต้นที่เอามาเปิดพอร์ตเทรด

คำตอบที่ได้ก็คือ ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่เดือนละ 1-10% ในกรณีที่เราเทรดแบบไม่บ่อย เช่น 5-6 วันเทรดรอบนึง (เน้นรอเฉพาะรอบชัดๆค่อยเทรด)

แต่ถ้าเทรดรอบสั้นด้วย และมีเวลาให้กับการเทรดเยอะหน่อย ก็อาจจะทำผลตอบแทนได้มากกว่านั้น

ผมก็มานั่งคิดดูก็เห็นว่า แม้ว่าอย่างแย่จะได้แค่เดือนละ 1% แต่มันก็ยังมากกว่าการลงทุนทั่วไปอยู่ดี และอย่างน้อยๆมันก็น่าจะเป็นอะไรที่ไม่กระทบกับชีวิตประจำวันของเรามาก เพราะในการเทรดก็ใช้เพียงแค่มือถือกับ internet 3G/4G หรือ WIFI

Steps ในการเริ่มต้นเทรด TFEX ที่เร็วที่สุด

วิธีที่จะทำให้เทรดได้เป็นเร็วที่สุด คือ เรียนเทคนิคกับคนที่เทรดเป็นอาชีพ แล้วลงสนามฝึกจริงด้วยตัวเอง

ตลาด TFEX เปิด-ปิดกี่โมง? และต้องเฝ้าจอมั้ย

สิ่งนึงที่ผมกังวลในช่วงแรกก็คือ เวลาเทรดผมต้องเฝ้าจอมั้ย เพราะผมทำงานตอนกลางวัน และไม่อยากให้การเทรดกระทบกับการทำงาน

โค้ชนภก็บอกว่า ถ้าไม่อยากให้การเทรดกระทบชีวิตประจำวัน เราก็เน้นเทรดเฉพาะรอบชัดๆ และใช้การตั้งคำสั่งซื้อขายล่วงหน้า เพื่อให้เราไม่ต้องเฝ้าจอตลอดเวลา
โดยที่เราอาจจะแค่เหลือบๆดูมือถือบ้าง เพื่อดูว่าราคาวิ่งไปตามแผนไหม

โดยตลาด TFEX มีเวลาเปิด-ปิด ดังนี้ครับ
เปิด จันทร์ ถึง ศุกร์ และหยุดตามวันหยุดราชการ
เวลาเปิดช่วงเช้า 9:45-12:30
เวลาเปิดช่วงบ่าย 14:15-16:55

จะเห็นว่า ตลาด TFEX ไม่ต้องอดหลับอดนอนเพื่อเทรดเหมือนสินค้าบางตัว ผมจึงเห็นว่าน่าจะเหมาะกับ lifestyle ของคนทำงาน หรือทำธุรกิจตอนกลางวันครับ

ถ้าคุณต้องการเริ่มต้น เส้นทาง การเทรด TFEX แบบมืออาชีพ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อดูรายละเอียดของคอร์ส TFEX Mastery


ช่องทางการติดต่อ
Line ID: @nopfutures
FB Page: Nop Futures


©2017 Nop Futures, All Rights Reserved